Page 52 - 56-1 One Report 2023 TH
P. 52
ส่วนท 1 การประกอบธุรกิจและผลการด าเนินงาน
ี
่
และ กสทช. ได้ระบุการอนุมัติดังกล่าวไว้ในใบอนุญาตประกอบกจการฯ แล้ว ต่อมาวันที่ 7 สิงหาคม 2560 กระทรวงฯ ได้
ิ
็
ั
แจ้งมายังบริษทว่าดาวเทียมไทยคม 7 และดาวเทียมไทยคม 8 เปนดาวเทียมภายใต้สัญญาฯ และวันที่ 5 ตุลาคม 2560
ิ
ั
บริษทได้รับหนังสือจากกระทรวงฯ เรื่องขอเร่งรัดการด าเนินการตามสัญญาด าเนินกจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ
ี
กรณดาวเทียมไทยคม 7 และดาวเทียมไทยคม 8
ั
คณะกรรมการบริษทจึงให้จัดประชุมวาระพิเศษ ครั้งที่ 11/2560 วันที่ 24 ตุลาคม 2560 ได้พิจารณาเรื่องดังกล่าว
ั
พร้อมทั้งผลการหารือกับที่ปรึกษากฎหมายของบริษท ด้วยความรอบคอบและด้วยความระมัดระวังแล้ว มีความเห็นว่า
ดาวเทียมไทยคม 7 และดาวเทียมไทยคม 8 ไม่ใช่ดาวเทียมภายใต้สัญญาฯ เพราะการด าเนินดาวเทียมทั้งสองดวงนั้น อยู ่
ื่
ภายใต้กรอบการรับใบอนุญาตฯ จาก กสทช. บริษทได้ปฏบัติตามเงอนไขและข้อก าหนดในสัญญาฯ อย่างครบถ้วนแล้ว
ิ
ั
มิได้ด าเนินการใด ๆ ที่ขัดต่อสัญญาฯ ดังนั้น บริษทจึงมีความเห็นเรื่องดาวเทียมไทยคม 7 และดาวเทียมไทยคม 8 แตกต่าง
ั
ั
จากความเห็นของกระทรวงฯ ที่ประชุมจึงมีมติให้บริษทยื่นเสนอข้อพิพาทดังกล่าวต่ออนุญาโตตุลาการ เพื่อพิจารณาช้ขาด
ี
็
ข้อพิพาทที่เกดขึ้น ทั้งนี้เปนไปตามข้อ 45.1 ของสัญญาฯ โดยบริษทได้ยื่นข้อโต้แย้งต่อสถาบันอนุญาโตตุลาการในวันที่ 25
ิ
ั
็
ี
ตุลาคม 2560 เปนข้อพิพาทหมายเลขด าที่ 97/2560 และตามข้อ 45.6 ของสัญญาฯ ที่ก าหนดว่า ในกรณที่ข้อพิพาทอยู ่
่
ระหว่างการพิจารณาของอนุญาโตตุลาการ คูสัญญายังคงต้องปฏิบัติตามข้อก าหนดในสัญญาต่อไป จนกว่าจะมีการช้ขาด
ี
ของอนุญาโตตุลาการ ดังนั้น ในขณะที่ข้อพิพาทอยูระหว่างการพิจารณาของอนุญาโตตุลาการ บริษทยังไม่มีหน้าที่ใด ๆ ใน
่
ั
ี
การปฏิบัติตามที่กระทรวงฯ ได้อ้างถึงข้างต้นจนกว่าจะมีการช้ขาดของอนุญาโตตุลาการ
บัดนี้ กระบวนการพิจารณาข้อพิพาทของสถาบันอนุญาโตตุลาการ ส านักงานศาลยุติธรรม ได้ด าเนินการมาจนเสร็จ
ั
ี
สิ้นแล้ว และบริษทได้รับค าช้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ ลงวันที่ 29 กันยายน 2565 ซึ่งคณะอนุญาโตตุลาการได้มีค าช้ ี
ขาดเปนเอกฉันท์ ว่าดาวเทียมไทยคม 7 และดาวเทียมไทยคม 8 มิได้เปนดาวเทียมภายใต้สัญญาด าเนินกจการดาวเทียม
ิ
็
็
สื่อสารฯ และให้ยกค าร้องแย้งของกระทรวงฯ เมื่อมีค าช้ขาดดังกล่าวแล้ว
ี
(ง) ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับข้อเรยกรองของกระทรวงดิจทัลฯ เกี่ยวกับดาวเทียมไทยคม 5
ิ
้
ี
็
สืบเนื่องจากกรณการขัดข้องของดาวเทียมไทยคม 5 ซึ่งเปนเหตุให้ต้องปลดระวางไปเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563
ี
ั
โดยมีการใช้งานเกนกว่าอายุการใช้งานตามที่ออกแบบไว้ในขณะจัดสร้าง ต่อมาเมื่อเดือนพฤศจกายน 2563 บริษทได้รับ
ิ
ิ
หนังสือแจ้งเข้ากระบวนการระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการและค าเสนอข้อพิพาทของดาวเทียมไทยคม 5 จาก
กระทรวงฯ ซึ่งเรียกร้องให้บริษทด าเนินการดังนี้
ั
ให้ด าเนินการ (1) สร้างและส่งมอบดาวเทียมทดแทนดาวเทียมไทยคม 5 หากไม่ส่งมอบดาวเทียมทดแทนดาวเทียม
็
ไทยคม 5 ให้ใช้ราคาดาวเทียมเปนเงน 7,790,097,900 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปตั้งแต่วันที่ 30
ี
ิ
็
ิ
ตุลาคม 2563 เปนต้นไปจนกว่าจะช าระเสร็จ (2) ช าระค่าปรับเปนเงน 4,980,000 บาท (ค านวนจากวันที่ 25 กุมภาพันธ์
็
ิ
2563 ถึงวันที่ 30 ตุลาคม 2563) พร้อมทั้งดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อป และ (3) ค่าปรับตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจกายน
ี
ิ
็
2563 เปนต้นไปจนกว่าจะส่งมอบดาวเทียมทดแทนดาวเทียมไทยคม 5 หรือช าระเงนค่าเสียหายครบถ้วน
ั
เนื่องจากสัญญาฯ มีการก าหนดเงอนไขเปนกรอบการด าเนินการ และมีการอ้างอิงกับแผนด าเนินการที่บริษทเสนอ
ื่
็
และกระทรวงฯ ให้ความเห็นชอบ โดยเน้นความต่อเนื่องของบริการดาวเทียมตลอดอายุสัญญา ในแผนด าเนินการที่ถอเปน
ื
็
ส่วนหนึ่งของสัญญาฯ ก าหนดให้บริษทจัดสร้างดาวเทียม 2 ชุดรวม 4 ดวง โดยแต่ละชุดประกอบด้วยดาวเทียมหลักและ
ั
็
ิ
ดาวเทียมส ารอง ซึ่งเมื่อยิงดาวเทียมขึ้นสูวงโคจรแล้ว บริษทกจะต้องโอนกรรมสิทธ์ในดาวเทยมดังกล่าวให้กับกระทรวงฯ
ี
่
ั
่
และเมื่อสัญญาฯ สิ้นสุดลง ดาวเทียมที่ยังมีอายุวิศวกรรมเหลือใช้งานได้อยู บริษทกจะมอบการครอบครองดาวเทียม
ั
็
ั
กลับไปยังกระทรวงฯ ให้สามารถน าไปบริหารจัดการต่อไป ซึ่งในการด าเนินการตามสัญญาฯ บริษทได้มีการจัดสร้างและ
่
ี
ี
่
ส่วนท 1 หน้าท 38

