Page 50 - 56-1 One Report 2023 TH
P. 50

ส่วนท 1 การประกอบธุรกิจและผลการด าเนินงาน
                    ่
                    ี
                                             ั
                                                                                                       ็
                ิ
                          ่
                                                        ั
               ชน คอร์ปอเรชัน จ ากัด (มหาชน) และปจจุบันเปน บริษท อินทัช โฮลดิ้งส์ จ ากัด (มหาชน) (บมจ. อินทัช โฮลดิ้งส์) ซึ่งเปนผู้
                                                   ็
                                                                              ุ
                 ื
                              ั
                        ่
               ถอหุ้นใหญของบริษท ทั้งนี้ สัญญาฯ ดังกล่าวมีประเด็นความเสี่ยง 4 ประเด็น ตามสรปข้อเท็จจริงดังนี้
                                             ุ
                   (ก)  ประเด็นเร่องสัดส่วนการถือห้น
                               ื
                   ตามสัญญาสัมปทาน ลงวันที่ 11 กันยายน 2534 ข้อที่ 4 ก าหนดให้ บมจ. อินทัช โฮลดิ้งส์ จะต้องจัดตั้งบริษทขึ้นใหม่
                                                                                                   ั
                 ั
                            ั
               (ปจจุบันคือ บริษท ไทยคม จ ากัด (มหาชน)) เพื่อด าเนินงานตามสัญญาฯ โดยมีทุนจดทะเบียนไม่ต ากว่า 1,000 ล้านบาท
                                                                                         ่
                                                       ั
                                           ็
                                              ื
               และ บมจ. อินทัช โฮลดิ้งส์ จะต้องเปนผู้ถอหุ้นในบริษททจัดตั้งขึ้นใหม่นั้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ซึ่ง บมจ. อินทัช โฮลดิ้งส์
                                                          ี่
                                                                                                ี
                                                                                                        ั
               ได้ด าเนินการตามสัญญาฯ ดังกล่าวแล้ว โดยมีสัดส่วนการถอหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 แต่เนื่องจากในป 2548 บริษท
                                                              ื
                   ็
               จ าเปนต้องท าการเพิ่มทุนโดยออกหุ้นใหม่เพื่อจ าหน่ายแก่บุคคลทัวไปเมื่อป 2548 และ บมจ. อินทัช โฮลดิ้งส์ มิได้เข้าซื้อ
                                                                        ี
                                                                 ่
                                   ็
                                                  ื
               หุ้นเพิ่มทุนในครั้งนั้น จึงเปนผลให้สัดส่วนการถอหุ้นของ บมจ. อินทัช โฮลดิ้งส์ ลดลงน้อยกว่าร้อยละ 51 โดยก่อนหน้าการ
               ออกหุ้นเพิ่มทุน บริษทได้ประสานงานกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ปจจุบันคือกระทรวงดิจทัลเพื่อ
                               ั
                                                                                                    ิ
                                                                                    ั
                                                                ิ
                                                                                                 ี
               เศรษฐกจและสังคม) (กระทรวงฯ) เพื่อขอแก้ไขสัญญาด าเนินกจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศในป 2547 เพื่อ
                      ิ
                                   ี่
                                                                              ั
                                                                                                        ็
                                                 ื
               เปลี่ยนแปลงข้อก าหนดเกยวกับสัดส่วนการถอหุ้นของ บมจ. อินทัช โฮลดิ้งส์ ในบริษทจากเดิมไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 เปน
                                                                          ิ
                                             ั
                                    ื
               ไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ซึ่งถอได้ว่าบริษทได้ด าเนินการตามขั้นตอนของวิธปฏบัติในทางสัญญาและกฎหมายแล้ว โดย
                                                                        ี
                                                                      ิ
               กระทรวงฯ ได้ส่งเรื่องการขอแก้ไขสัญญาฯ ดังกล่าวไปให้ส านักเลขาธการคณะรัฐมนตรี เพื่อน าเสนอคณะรัฐมนตรี
                                                                                             ็
                                                                     ิ
               พิจารณาตามข้อเสนอแนะของส านักงานอัยการสูงสุด แต่ส านักเลขาธการคณะรัฐมนตรีวินิจฉัยว่าเปนเรื่องที่ไม่อยูใน
                                                                                                       ่
               หลักเกณฑ์ที่จะต้องเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาและส่งเรื่องคืน ประกอบกับคณะรัฐมนตรีมีนโยบายลดเรื่องที่เข้าพิจารณา
               ตามระเบียบส านักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยเรื่องการเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรีตามมาตรา 22 โดยเลขาธการคณะรัฐมนตรี
                                                                                            ิ
                         ิ
               ไม่ได้มีค าอธบายหรือข้อแนะน าประการใด และระเบียบดังกล่าวมิได้ระบุไว้ประการใดว่า หากหน่วยงานราชการได้รับ
                        ิ
               หนังสือปฏเสธจากส านักเลขาธการคณะรัฐมนตรีแล้ว หรือถูกส่งเรื่องคืนแล้ว จะต้องด าเนินการส่งเรื่องเข้าไปหรือไม่
                                        ิ
               อย่างไร ทั้งนี้ ท้ายสุดเรื่องจึงไม่ได้รับพิจารณาจากคณะรัฐมนตรี หลังจากนั้น กระทรวงฯ ยังได้หารือไปยังส านักอัยการ
                                                                             ิ
                                                                                                        ่
                                                  ็
               สูงสุดอีกครั้งหนึ่ง และส านักงานอัยการสูงสุดกได้แจ้งมายังกระทรวงฯ ว่า เมื่อเลขาธการคณะรัฐมนตรีแจ้งว่า เรื่องไม่อยูใน
               เกณฑ์ที่จะต้องเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา กระทรวงฯ กสามารถใช้ดุลยพินิจด าเนินการต่อไปได้ ซึ่งก่อนหน้านี้
                                                               ็
                                                             ี
                                                        ็
                                                                                        ั
                                 ็
               ส านักงานอัยการสูงสุดกได้เคยให้ความเห็นไว้แล้วว่า เปนกรณที่สามารถแก้ไขสัญญาฯ ตามที่บริษทร้องขอได้ เนื่องจากผล
               การแก้ไขสัญญาฯ ในเรื่องสัดส่วนไม่ท าให้สิทธและหน้าที่ของคู่สัญญาเปลี่ยนแปลงแต่ประการใด กล่าวคือ บมจ. อนทัช
                                                  ิ
                                                                                                      ิ
               โฮลดิ้งส์ ยังเปนคูสัญญาที่จะต้องร่วมรับผิดกันและแทนกันกับบริษทผู้รับสัมปทาน นอกจากนี้ การแก้ไขสัญญาฯ ดังกล่าว
                                                                 ั
                            ่
                          ็
                                                                                     ื
                 ็
               กไม่ท าให้บริษทจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนแก่รัฐตามสัญญาลดลง อีกทั้งการลดสัดส่วนการถอหุ้นของ บมจ. อินทัช โฮล
                          ั
                                                                                              ื
                         ั
                                                                                                   ็
               ดิ้งส์ ในบริษทนั้น จากเดิมไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 เปนไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของจ านวนหุ้นทั้งหมดนั้น ยังถอว่าเปนการคุม
                                                     ็
               อ านาจเบ็ดเสร็จแล้วตามมาตรา 247 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 อีกด้วย
                   ต่อมา ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ด ารงต าแหน่งทางการเมืองได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงบางประการที่เกยวข้องกับการ
                                                                                               ี่
                                                                                            ั
                                                                                                      ็
                                                 ี่
               แก้ไขสัญญาฯ เพื่อเปลี่ยนแปลงข้อก าหนดเกยวกับสัดส่วนการถอหุ้นของ บมจ. อินทัช โฮลดิ้งส์ ในบริษท ซึ่งอย่างไรกตาม
                                                               ื
                                                                               ั
                           ่
               บริษทมิได้เปนคูความในคดีดังกล่าว ค าพิพากษาจึงไม่มีผลผูกผันและบังคับใช้กับบริษท อีกทั้งในการด าเนินการเพื่อแก้ไข
                   ั
                         ็
                                ั
                                                          ิ
               สัญญาฯ ดังกล่าวบริษทได้ปฏบัติตามขั้นตอนของวิธปฏบัติในทางสัญญาและกฎหมาย และได้รับอนุมัติจากกระทรวงฯ
                                      ิ
                                                       ี
               แล้ว
                                                                                                         ื
                   ในภายหลัง กระทรวงฯ ได้แจ้งเพิกถอนสัญญาแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าว และให้บมจ. อินทัช โฮลดิ้งส์ เพิ่มสัดส่วนการถอ
                                                                                              ั
               หุ้นในบริษทในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ของจ านวนหุ้นทั้งหมด ทั้งนี้ บมจ. อินทัช โฮลดิ้งส์ และบริษทได้ช้แจง และ
                       ั
                                                                                                  ี
                                                                                             ส่วนท 1 หน้าท 36
                                                                                                 ่
                                                                                                 ี
                                                                                                       ี
                                                                                                       ่
   45   46   47   48   49   50   51   52   53   54   55