Page 138 - 56-1 One Report 2023 TH
P. 138
ส่วนท 1 การประกอบธุรกิจและผลการด าเนินงาน
่
ี
ั
มอบดาวเทียมทดแทนหรือช าระเงินค่าเสียหายครบถ้วน แต่บริษทเห็นว่าบริษทได้ด าเนินการตามสัญญาสัมปทานครบถ้วน
ั
็
ั
ถูกต้องแล้ว บริษทจึงไม่เห็นด้วยกับข้อเรียกร้องของกระทรวงฯ และได้แต่งตั้งทนายความเพื่อเปนตัวแทนของบริษทในการ
ั
แก้ต่างข้อพิพาท นอกจากนี้ บริษทเห็นว่าการยื่นเสนอข้อพิพาทของกระทรวงไม่ถูกต้องตามที่ก าหนดไว้ในสัญญาด าเนิน
ั
ิ
กจการดาวเทียมสื่อสารฯ เพราะควรระงับข้อพิพาทระหว่างกันทสถาบันอนุญาโตตุลาการส านักงานศาลยุติธรรม หรือ TAI
ี่
ั
เช่นเดียวกับคดีข้อพิพาทดาวเทียมไทยคม 7 และดาวเทียมไทยคม 8 บริษทจึงได้ยื่นเสนอข้อพิพาทไปยัง TAI เพื่อพิจารณา
ี
ข้อพิพาทน้
่
ั
เมื่อคู่ความทั้งสองฝงมีความเห็นไม่ตรงกันในเรื่องอ านาจของสถาบันอนุญาโตตุลาการในการรับคดีไว้พิจารณา ทั้ง
่
่
่
ี
สองฝายต่างยื่นขอให้ศาลปกครองกลางช้ว่าสถาบันใดมีเขตอ านาจในการระงับข้อพิพาท และมีค าสังคุ้มครองชัวคราวให้
ระงับการพิจารณาในชั้นอนุญาโตตุลาการทั้งที่ THAC และ TAI ไว้ชัวคราว
่
ี่
่
ขณะนี้ การด าเนินกระบวนการทางอนุญาโตตุลาการเกยวกับดาวเทียมไทยคม 5 ยังคงระงับไว้ชัวคราว เพื่อรอการช้ ี
ขาดเรื่องอ านาจในการรับข้อพิพาทไว้พิจารณาโดยศาลปกครองกลาง
ั
6. คดีระหว่างบริษทและ Nxtdigital Limited
ั
็
บริษทมียอดคงค้างจากลูกหนี้เปนจ านวน 15.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งบริษทได้ยื่นเสนอข้อพิพาทต่อ
ั
อนุญาโตตุลาการที่ประเทศสิงคโปร์ตามข้อตกลงในสัญญา เนื่องจากลูกหน้รายนี้ผดนัดช าระหน้และลูกหนี้ดังกล่าวได้ยื่น
ี
ิ
ี
ั
่
ค าคัดค้านพร้อมทั้งฟ้องแย้งเข้ามาในคดีแล้ว ต่อมาคูความทั้งสองฝายได้เจรจาและเข้าท าข้อตกลงยุติข้อพิพาท ซึ่งปจจุบัน
่
ิ
ลูกค้าได้ช าระเงนครบถ้วนแล้วเมื่อเดือนธันวาคม 2565 ดังนั้น คดีนี้จึงได้ยุติลงตามข้อตกลงยุติข้อพิพาท
ั
7. คดีระหว่างบริษทและคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
ิ
ิ
บริษทได้ฟ้องคณะกรรมการกจการกระจายเสียง กจการโทรทัศน์ และกจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (“กสทช.”) เมื่อ
ั
ิ
ิ
วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 ต่อศาลปกครองกลางเพื่อขอเพิกถอนข้อ 9.7 และภาคผนวก ข ของแผนการบริหารสิทธในการ
เข้าใช้วงโคจรดาวเทียม พ.ศ. 2563 แนบท้ายประกาศคณะกรรมการ กสทช. เรื่องแผนการบริหารสิทธในการเข้าใช้วงโคจร
ิ
ดาวเทียม พ.ศ. 2563 และบทเฉพาะกาลข้อ 40 ของประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธการอนุญาตให้ใช้สิทธในการ
ี
ิ
ั
เข้าใช้วงโคจรดาวเทียม เนื่องจากกระทบต่อสิทธการใช้วงโคจรดาวเทียมไทยคม 7 และดาวเทียมไทยคม 8 ของบริษท
ิ
ต่อมาเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2564 บริษทได้ฟ้อง กสทช. เพื่อขอเพิกถอนมติของ กสทช. ในการประชุมครั้งที่ 10/2564
ั
เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2564 ในวาระที่ 5.2.11 ในส่วนที่เกยวข้องกับการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมไทยคม 7 และดาวเทียม
ี่
ั
ิ
ั
ิ
ไทยคม 8 และขอให้บริษทมีสิทธใช้วงโคจรดาวเทียมไทยคม 7 และดาวเทียมไทยคม 8 ตามสิทธที่บริษทได้รับตาม
ใบอนุญาตประกอบกจการโทรคมนาคมแบบที่สาม และเพื่อขอเพิกถอนมติที่ประชุมของ กสทช. ในการประชุมครั้งที่
ิ
ิ
ั
11/2564 ที่ได้ระบุรายละเอียดการมอบสิทธในการบริหารจัดการดาวเทียมไทยคม 7 และดาวเทียมไทยคม 8 ให้แก่ บริษท
ิ
โทรคมนาคมแห่งชาติ จ ากัด (มหาชน) เนื่องจากดาวเทียมไทยคม 7 และดาวเทียมไทยคม 8 ยังคงเปนกรรมสิทธ์ของบริษท
็
ั
เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2564 ศาลปกครองกลางมีค าสังให้ทุเลาการบังคับตามมติของ กสทช. โดยให้บริษทสามารถใช้วง
่
ั
็
่
โคจรดาวเทียมของดาวเทียมไทยคม 7 และดาวเทียมไทยคม 8 ไว้เปนการชัวคราวได้ต่อไปจนกว่าศาลจะมีค าพิพากษา
หรือค าสังเปนอย่างอื่น
็
่
่
ส่วนท 1 หน้าท 124
ี
ี
่

