Page 137 - 56-1 One Report 2023 TH
P. 137
ส่วนท 1 การประกอบธุรกิจและผลการด าเนินงาน
่
ี
็
่
เปนฝายชนะคดีแล้ว เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2564 อย่างไรกตาม คูความอีกฝายหนึ่งได้ยื่นให้ศาลฮ่องกงพิจารณาเรื่อง
่
่
็
อ านาจการพิจารณาคดีของคณะอนุญาโตตุลาการ และศาลชั้นต้นเห็นว่าคณะอนุญาโตตุลาการมีอ านาจพิจารณาตัดสิน
ี
คดี เอเชยแซทจึงอุทธรณ์ค าพิพากษาศาลชั้นต้นไปยังศาลอุทธรณ์ ต่อมาศาลอุทธรณ์ได้มีค าสังยกอุทธรณ์ของเอเชยแซท
่
ี
็
่
ี
เอเชยแซทได้ขออนุญาตศาลอุทธรณ์เพื่อน าคดีขึ้นสู The Court of Final Appeal (CFA) ซึ่งเปนศาลสูงสุดของฮ่องกง
แต่ศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาต เอเชยแซทจึงได้ยื่นค าร้องไปยัง CFA โดยตรงเพื่อขอให้ CFA รับคดีไว้พิจารณา โดยเมื่อวันที่ 12
ี
่
ั
่
ธันวาคม 2565 CFA ได้มีค าสังรับไว้พิจารณา ปจจุบันคดีนี้ยังอยูระหว่างการพิจารณาของ CFA
4. คดีระหว่างบรษทและกระทรวงดิจทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เร่องสถานะของดาวเทียมไทยคม 7 และ 8
ิ
ั
ิ
ื
ิ
เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2560 บริษทได้รับหนังสือจากกระทรวงดิจทัลเพื่อเศรษฐกจและสังคม (“กระทรวงดิจทัลฯ”) ที่แจ้ง
ั
ิ
ิ
็
ิ
ว่า ดาวเทียมไทยคม 7 และดาวเทียมไทยคม 8 เปนดาวเทียมภายใต้สัญญาด าเนินกจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ
ลงนามเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2534 ระหว่างบริษท อินทัช โฮลดิ้งส์ จ ากัด (มหาชน) (“อินทัช”) (ซึ่งเปนผู้ถอหุ้นใหญของ
ั
่
ื
็
บริษทในสัดส่วนร้อยละ 41.13) และกระทรวงดิจทัลฯ (กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเดิม) (“สัญญา
ั
ิ
ั
ด าเนินกจการดาวเทียมสื่อสารฯ”) โดยอินทัชได้จัดตั้งบริษทขึ้นมาเพื่อด าเนินงานตามสัญญาดังกล่าว ทั้งนี้ หนังสือจาก
ิ
กระทรวงดิจทัลฯ ระบุให้ปฏบัติตามสัญญาด าเนนกจการดาวเทยมสือสารฯ ให้ครบถ้วนโดยด่วน อาท การโอนกรรมสิทธ์ ิ
ิ
ิ
ิ
ี
่
ิ
ิ
และส่งมอบทรัพย์สิน การจัดสร้างดาวเทียมส ารอง การช าระเงนผลประโยชน์ตอบแทน และการประกันภัยทรัพย์สิน
ิ
เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2560 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษทวาระพิเศษ ครั้งที่ 11/2560 ได้พิจารณาหนังสือฉบับดังกล่าว
ั
รวมถึงได้หารือกับที่ปรึกษากฎหมายของบริษทแล้ว มีความเห็นว่าดาวเทียมไทยคม 7 และดาวเทียมไทยคม 8 ไม่ใช่
ั
ิ
ดาวเทียมภายใต้สัญญาด าเนินกจการดาวเทียมสื่อสารฯ เพราะการด าเนินการดาวเทียมไทยคม 7 และดาวเทียมไทยคม 8
ิ
็
ิ
เปนการด าเนินการภายใต้กรอบของการรับใบอนุญาตจากคณะกรรมการกจการกระจายเสียง กจการโทรทัศน์ และกจการ
ิ
โทรคมนาคมแห่งชาติ บริษทได้ปฏิบัติตามเงอนไขและข้อก าหนดในสัญญาด าเนินกจการดาวเทียมสื่อสารฯ อย่างครบถ้วน
ื่
ั
ิ
โดยมิได้มีการด าเนินการใด ๆ ที่ขัดต่อสัญญาด าเนินกจการดาวเทียมสื่อสารฯ ดังนั้น บริษทจึงมีความเห็นในเรื่องดาวเทียม
ั
ิ
ั
ไทยคม 7 และดาวเทียมไทยคม 8 แตกต่างไปจากความเห็นของกระทรวงดิจทัลฯ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษทจึงมีมติให้
ิ
บริษทยื่นเสนอข้อพิพาทดังกล่าวต่ออนุญาโตตุลาการเพื่อพิจารณาช้ขาดข้อพิพาทที่เกดขึ้นอันเนื่องมาจากข้อก าหนดหรือ
ี
ั
ิ
การปฏิบัติตามสัญญาด าเนินกจการดาวเทียมสื่อสารฯ และคูสัญญาไม่สามารถตกลงกันได้ ทั้งนี้ เปนไปตามข้อ 45.1 ของ
็
่
ิ
สัญญาด าเนินกจการดาวเทียมสื่อสารฯ โดยบริษทได้ด าเนินการยื่นข้อโต้แย้งต่อสถาบันอนุญาโตตุลาการในวันที่ 25
ิ
ั
็
ตุลาคม 2560 เปนข้อพิพาทหมายเลขด าที่ 97/2560
ี
เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2565 คณะอนุญาโตตุลาการได้มีค าช้ขาดว่าดาวเทียมไทยคม 7 และดาวเทียมไทยคม 8 มิใช่
ิ
ดาวเทียมภายใต้สัญญาด าเนินกจการดาวเทียมสื่อสารฯ
ิ
ื
ั
5. คดีระหว่างบรษทและกระทรวงดิจทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เร่องเกี่ยวกับดาวเทียมไทยคม 5
ิ
ั
ิ
เมื่อวันที่ 6 พฤศจกายน 2563 บริษทได้รับหนังสือแจ้งเข้ากระบวนการระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการที่สถาบัน
ิ
อนุญาโตตุลาการ หรือ THAC และค าเสนอข้อพิพาทของดาวเทียมไทยคม 5 จากกระทรวงดิจทัลเพื่อเศรษฐกจและสังคม
ิ
ั
(“กระทรวง”) ซึ่งกระทรวงเรียกร้องให้บริษทด าเนินการ (1) สร้างและส่งมอบดาวเทียมทดแทนดาวเทียมไทยคม 5 หรือให้
ใช้ราคาดาวเทียมจ านวน 7.79 พันล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อป ตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคม 2563 จนถึง
ี
วันที่ช าระเสร็จ (2) ช าระค่าปรับจ านวน 4.98 ล้านบาท (ส าหรับระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 ถึงวันที่ 30
ี
ตุลาคม 2563) พร้อมทั้งดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อป และ (3) ค่าปรับตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจกายน 2563 จนถึงวันที่ส่ง
ิ
่
ี
่
ี
ส่วนท 1 หน้าท 123

