Page 135 - 56-1 One Report 2023 TH
P. 135
ส่วนท 1 การประกอบธุรกิจและผลการด าเนินงาน
ี
่
อินเดีย โดยเจรจากับกรมสรรพากรและกระทรวงการคลังของอินเดียเพื่อให้เกดความชัดเจนโดยเร็วว่ารายได้จากการ
ิ
ิ
็
ิ
ให้บริการช่องสัญญาณดาวเทียมนั้นเปนค่าสิทธหรือไม่ หรือเปนรายได้จากการประกอบธุรกจ
็
ิ
ิ
ี
เจ้าพนักงานประเมินภาษของประเทศอินเดียได้ท าการประเมินภาษเงนได้ เงนเพิ่ม ภาษเพื่อการศึกษา และดอกเบี้ย
ี
ี
จากรายได้ที่บริษทได้รับจากผู้ใช้บริการของบริษทในแต่ละปภาษตั้งแต่ปประเมิน 2541 - 2542 ถึง 2555 - 2556 (วันที่ 1
ี
ั
ี
ี
ั
ิ
็
เมษายน 2540 ถึงวันที่ 30 มีนาคม 2555) เปนจ านวนเงนรวม 859 ล้านรป และเบี้ยปรับและดอกเบี้ยที่เกยวข้องกับเบี้ย
ู
ี่
ี
ู
ี
ิ
็
ปรับเปนจ านวนเงนรวม 566 ล้านรป
เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2552 Income Tax Appellate Tribunal (ITAT) Special Bench ได้อ่านค าตัดสินในคดีที่บริษท
ั
่
ั
และบริษทผู้ประกอบการดาวเทียมอีกรายหนึ่งคือ SES New Skies Satellite (NSS) อุทธรณ์ค าสังของสรรพากรอินเดีย
และ Commissioner of Income Tax (Appeals) หรือ CIT(A) ในประเด็นที่ว่ารายได้จากการให้บริการช่องสัญญาณ
ิ
ิ
็
ุ
็
ดาวเทียมเปนรายได้ประเภทค่าสิทธ (Royalty) หรือเปนรายได้จากการประกอบธุรกจ (Business Income) สรปได้ว่า การ
ใช้บริการช่องสัญญาณดาวเทียมเปนการใช้ Process และรายได้จากการให้บริการช่องสัญญาณดาวเทียมเปนรายได้
็
็
ประเภทค่าสิทธ ซึ่งจะต้องถูกหักภาษ ณ ที่จ่ายตามอัตราที่กฎหมายก าหนด อย่างไรกดี ค าตัดสินของ ITAT Special
ี
็
ิ
ี
Bench นี้ เปนค าตัดสินเฉพาะภาษเงนได้และดอกเบี้ยเท่านั้น ไม่เกยวกับค่าปรับและดอกเบี้ยที่เกยวข้องกับค่าปรับ
ี่
ี่
ิ
็
ั
ี
ตัวแทนด้านภาษของบริษทที่ประเทศอินเดียได้รับค าตัดสินของ ITAT Special Bench ที่กล่าวถึงข้างต้นเมื่อวันที่ 11
พฤศจกายน 2552 และบริษทมีเวลา 120 วันที่จะยื่นอุทธรณ์ค าสังของ ITAT Special Bench ต่อศาล High Court ที่
่
ิ
ั
ี
ปรึกษาด้านภาษของบริษทที่ประเทศอินเดียได้ให้ความเห็นว่าค าตัดสินของ ITAT Special Bench นี้ น่าจะไม่ถูกต้อง
ั
็
ี่
เพราะไม่สอดคล้องกับค าพิพากษาของศาล High Court ในคดีเกยวกับบริการโทรคมนาคม ซึ่งอาจน ามาเปรียบเทียบเปน
ั
แนวทางได้ ควรทบริษทจะอุทธรณ์ค าตัดสินของ ITAT Special Bench ต่อศาล High Court ซึ่งบริษทได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาล
ี่
ั
ุ
High Court ที่กรงเดลลี ไปแล้วเมื่อต้นเดือนธันวาคม 2552
ี
เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2554 ศาล High Court ที่กรงเดลลีได้มีค าพิพากษาในคดีเอเชยแซทว่ารายได้ของเอเชยแซท
ี
ุ
จากลูกค้าที่ไม่ได้อยู่ในอินเดียไม่ต้องเสียภาษในประเทศอินเดีย เนื่องจากรายได้ดังกล่าวไม่ถอว่าเปนค่าสิทธ (Royalty)
ี
ื
ิ
็
็
แต่เปนรายได้จากการให้บริการส่งสัญญาณ
เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2554 ศาล High Court ที่กรงเดลลีได้มีค าพิพากษาว่าค าตัดสินของ ITAT Special Bench ที่
ุ
ิ
ตัดสินว่ารายได้จากการให้บริการช่องสัญญาณดาวเทียมเปนรายได้ประเภทค่าสิทธ (Royalty) นั้นไม่ถูกต้อง เพราะขัดต่อ
็
่
ี
ั
ุ
ค าพิพากษาของศาล High Court ที่กรงเดลลีในคดีเอเชยแซท และมีค าสังให้ส่งค าอุทธรณ์ของบริษทกลับไปให้ ITAT
พิจารณาตัดสินตามหลักกฎหมายที่ศาลได้พิพากษาในคดีเอเชยแซท
ี
เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2554 ITAT ได้ตัดสินว่ารายได้ของบริษทจากการให้บริการช่องสัญญาณดาวเทียมในประเทศ
ั
อินเดียไม่ถอว่าเปนค่าสิทธ (Royalty) และเมื่อบริษทไม่มีสถานประกอบการถาวร (Permanent Establishment) ใน
ื
ั
ิ
็
ี
ประเทศอินเดีย รายได้ดังกล่าวจึงไม่ต้องเสียภาษในประเทศอินเดีย ส าหรับดอกเบี้ยและเบี้ยปรับที่กรมสรรพากรอินเดียได้
ี
็
ื
ี
็
เรียกเกบจากบริษทให้ถอว่าไม่มีผล และ ITAT ได้มีค าสังให้ยกเลิกการเรียกเกบเบี้ยปรับส าหรับปประเมินภาษ 2541-
่
ั
็
2542, 2542-2543, 2543-2544, 2544-2545 และ 2545-2546 ที่กรมสรรพากรของประเทศอินเดียเรียกเกบจากบริษท
ั
ี
และกรมสรรพากรของประเทศอินเดียไม่ได้ยื่นอุทธรณ์ค าตัดสินในเรื่องเบี้ยปรับส าหรับปประเมินภาษดังกล่าวต่อศาล
ี
ื
High Court ที่กรงเดลลี ค าตัดสินของ ITAT ในเรื่องเบี้ยปรับถอเปนที่สุด และเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2554 กรมสรรพากร
็
ุ
ส่วนท 1 หน้าท 121
ี
ี
่
่

