THCOM 3.86 THB
+0.02 (+0.52%)

การกำกับดูแลกิจการที่ดี

คณะกรรมการชุดย่อย

คณะกรรมการตรวจสอบต้องประกอบด้วยกรรมการอย่างน้อย 3 คน ซึ่งทุกคนต้องเป็นกรรมการอิสระ โดยอย่างน้อย 1 คน ต้องมีความรู้และประสบการณ์ด้านการบัญชีหรือการเงินอย่างเพียงพอ ที่จะสามารถทำหน้าที่ในการสอบทานความเชื่อถือได้ของงบการเงิน ซึ่งเป็นไปตามที่กำหนดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและคณะกรรมการกำกับตลาดทุน

รายชื่อกรรมการ ตำแหน่ง
นางภัทรียา เบญจพลชัย ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ
นางชรินทร วงศ์ภูธร กรรมการตรวจสอบ
ศาสตราจารย์สำเรียง เมฆเกรียงไกร กรรมการตรวจสอบ

 

นางภัทรียา เบญจพลชัย และ นางชรินทร วงศ์ภูธร เป็นผู้มีความรู้และประสบการณ์เพียงพอ ในการทำหน้าที่สอบทานความน่าเชื่อถือของงบการเงินบริษัท

ขอบเขตและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบ

คณะกรรมการตรวจสอบ มีขอบเขตอำนาจหน้าที่เป็นลายลักษณ์อักษร เป็นไปตามกฎบัตรของคณะกรรมการตรวจสอบ ซึ่งได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท และมีการสอบทานและปรับปรุงเป็นประจำทุกปี ดังนี้

1.1 สอบทานให้บริษัทมีรายงานทางการเงินถูกต้องและครบถ้วนตามมาตรฐานรายงานทางการเงิน และมีการเปิดเผยอย่างเพียงพอ

1.2 กำกับดูแลให้มีการพัฒนาระบบควบคุมภายในเกี่ยวกับการจัดทำงบการเงินให้ถูกต้องเชื่อถือได้ และให้มีระบบการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล และวิธีปฏิบัติในการรักษาความลับ (Confidentiality) การรักษาความน่าเชื่อถือ (Integrity) และความพร้อมใช้ของข้อมูล (Availability) รวมทั้งการจัดการข้อมูลที่อาจมีผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์

1.3 สอบทานให้บริษัทมีระบบการควบคุมภายใน (System of Internal Control) และการตรวจสอบภายใน (Internal Audit) ที่เหมาะสมมีประสิทธิผล

1.4 สอบทานให้มีระบบงานเชิงป้องกันและเป็นประโยชน์ให้กับหน่วยงาน เพื่อประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการปฏิบัติงานให้ดียิ่งขึ้น

1.5 สอบทานให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานตรวจสอบของหน่วยงานตรวจสอบภายในตามมาตรฐานสากล พิจารณาอนุมัติแผนการตรวจสอบภายใน พิจารณาความเพียงพอของงบประมาณ บุคลากร พิจารณาความเป็นอิสระของหน่วยงานตรวจสอบภายใน ตลอดจนให้ความเห็นชอบในการพิจารณาแต่งตั้ง โยกย้าย เลิกจ้าง พิจารณาความดีความชอบและการลงโทษหัวหน้าหน่วยงานตรวจสอบภายในหรือหน่วยงานอื่นใด ที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการตรวจสอบภายใน

1.6 สอบทานให้บริษัทปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) รวมทั้งระเบียบ ข้อบังคับ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท

1.7 สอบทานความมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลของของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน รายงานการเงิน และการปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับและกฎหมาย รวมทั้งเสนอแนะการปรับปรุงระบบให้มีความปลอดภัยและทันสมัยอยู่เสมอ

1.8 พิจารณา คัดเลือก เสนอแต่งตั้งและเลิกจ้างบุคคลที่มีความเป็นอิสระเพื่อทำหน้าที่เป็นผู้สอบบัญชี และเสนอค่าตอบแทนผู้สอบบัญชีของบริษัท รวมทั้งเข้าร่วมประชุมกับผู้สอบบัญชีโดยไม่มีฝ่ายจัดการเข้าร่วมประชุมอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

1.9 สอบทานความเป็นอิสระของผู้สอบบัญชีและพิจารณานโยบายการรับบริการอื่นที่มิใช่การสอบบัญชีจากสำนักสอบบัญชีเดียวกัน รวมทั้งการประสานงานกับผู้สอบบัญชีและหน่วยงานตรวจสอบภายใน

1.10 พิจารณารายการที่เกี่ยวโยงกันหรือรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ให้เป็นไปตามกฎหมายและข้อกำหนดของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจว่า รายการดังกล่าวสมเหตุสมผลและเป็นประโยชน์สูงสุดต่อบริษัท

1.11 พิจารณารายการได้มาและจำหน่ายไปซึ่งทรัพย์สินที่มีนัยสำคัญให้เป็นไปตามกฎหมายและข้อกำหนดของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และพิจารณาการเปิดเผยข้อมูลของบริษัท ในกรณีที่เกิดรายการที่เกี่ยวโยงกันหรือรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และรายการได้มาและจำหน่ายไปซึ่งทรัพย์สินให้มีความถูกต้องครบถ้วน

1.12 สอบทานนโยบายและมาตรการต่อต้านการคอร์รัปชั่น เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทได้ปฏิบัติภาระหน้าที่ตามที่กฎหมายและจริยธรรมที่กำหนดไว้ รวมทั้งสอบทานความถูกต้องของเอกสารอ้างอิงและแบบประเมินตนเอง เกี่ยวกับมาตรการต่อต้านการคอร์รัปชั่นของกิจการตามโครงการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริต ตามที่ได้ตรวจสอบแล้วโดยหน่วยงานตรวจสอบภายใน เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทมีระบบการควบคุมและป้องกันการคอร์รัปชั่นตามที่ได้รายงานไว้ในแบบประเมิน

1.13 สอบทานให้บริษัทมีระบบการบริหารความเสี่ยง (Risk Management) ที่เหมาะสมและมีประสิทธิผล รวมทั้งนำผลการประเมินระบบควบคุมภายในและการบริหารจัดการความเสี่ยงของบริษัทย่อยและบริษัทร่วม มาเป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณาความเสี่ยงของบริษัท

1.14 สอบทานให้มีกระบวนการรับเรื่องร้องเรียนและแจ้งเบาะแสจากพนักงานและผู้มีส่วนได้เสียต่างๆ ในเรื่องการกระทำผิด การทุจริต รวมทั้งรายการผิดปกติเกี่ยวกับงบการเงิน สอบทานสรุปผลตรวจสอบทุจริตและประพฤติมิชอบ และสอบทานมาตรการการป้องกันดังกล่าวภายในองค์กร

1.15 จัดทำรายงานของคณะกรรมการตรวจสอบ โดยเปิดเผยไว้ในรายงานประจำปีของบริษัท ซึ่งรายงานดังกล่าวต้องลงนามโดยประธานคณะกรรมการตรวจสอบ และต้องประกอบด้วยข้อมูลอย่างน้อยดังต่อไปนี้

  • ความเห็นเกี่ยวกับความถูกต้องครบถ้วน เป็นที่เชื่อถือได้ของรายงานทางการเงินของบริษัท
  • ความเห็นเกี่ยวกับความเพียงพอ และรายงานการสอบทานความมีประสิทธิภาพของระบบการควบคุมภายในและระบบการบริหารความเสี่ยงของบริษัท
  • ความเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท
  • ความเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมของผู้สอบบัญชี
  • ความเห็นเกี่ยวกับรายการที่เกี่ยวโยงกันหรือ รายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์และการทุจริต
  • ความเห็นเกี่ยวกับการป้องกันการทุจริตและการกระทำผิด และรายงานผลการสอบทานการตรวจสอบการทุจริตและประพฤติมิชอบ
  • จำนวนการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบและการเข้าร่วมประชุมของกรรมการตรวจสอบแต่ละท่าน
  • ความเห็นหรือข้อสังเกตโดยรวมที่คณะกรรมการตรวจสอบได้รับจากการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎบัตร
  • รายการอื่นที่เห็นว่าผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนทั่วไปควรทราบภายใต้ขอบเขตหน้าที่ และความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท

1.16 รายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการตรวจสอบให้คณะกรรมการบริษัททราบ อย่างน้อยปีละ 4 ครั้ง

1.17 พิจารณาทบทวนขอบเขตอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบ และประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการตรวจสอบทั้งโดยรวมทั้งคณะ และรายบุคคลเป็นประจำทุกปี

1.18 ในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบ หากพบหรือมีข้อสงสัยว่า มีรายการหรือการกระทำดังต่อไปนี้ ซึ่งอาจมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัท ให้คณะกรรมการตรวจสอบรายงานต่อคณะกรรมการของบริษัทเพื่อดำเนินการปรับปรุงแก้ไขภายในเวลาที่คณะกรรมการตรวจสอบเห็นสมควร

  • รายการที่เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์
  • การทุจริตหรือมีสิ่งผิดปกติหรือมีความบกพร่องที่สำคัญในระบบควบคุมภายใน
  • การฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท

หากคณะกรรมการของบริษัทหรือผู้บริหารไม่ดำเนินการให้มีการปรับปรุงแก้ไขภายในเวลาตามวรรคหนึ่ง กรรมการตรวจสอบรายใดรายหนึ่งอาจรายงานว่ามีรายการหรือการกระทำตามวรรคหนึ่งต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ก.ล.ต.) หรือตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)

1.19 ในกรณีที่ผู้สอบบัญชีพบพฤติการณ์อันควรสงสัยว่ากรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัทได้กระทำความผิดตามที่กฎหมายระบุและได้แจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพฤติการณ์ดังกล่าวให้คณะกรรมการตรวจสอบของบริษัททราบ และเพื่อดำเนินการตรวจสอบต่อไปโดยไม่ชักช้า และให้คณะกรรมการตรวจสอบรายงานผลการตรวจสอบเบื้องต้นให้แก่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และผู้สอบบัญชีทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากผู้สอบบัญชี พฤติการณ์อันควรสงสัยที่ต้องแจ้งดังกล่าว และวิธีการเพื่อให้ได้ซึ่งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพฤติการณ์นั้น ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด

1.20 กรรมการตรวจสอบควรได้รับการอบรมและเสริมสร้างความรู้อย่างต่อเนื่อง และสม่ำเสมอในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของคณะกรรมการตรวจสอบ

1.21 ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดหรือคณะกรรมการบริษัทมอบหมาย ด้วยความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจสอบ และมีอำนาจตามที่คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดไว้ในประกาศนโยบายฉบับอื่นของบริษัท

คณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทน ประกอบด้วยกรรมการอย่างน้อย 3 คน และมีกรรมการอิสระเป็นส่วนใหญ่ โดยประธานคณะกรรมการต้องเป็นกรรมการอิสระและได้รับแต่งตั้งจากคณะกรรมการบริษัท มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 3 ปี และสามารถได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการกำหนดค่าตอบแทนอีกได้ แต่ไม่เกิน 3 วาระติดต่อกัน เว้นแต่คณะกรรมการจะเห็นว่ามีความจำเป็นต้องขอให้ดำรงตำแหน่งต่อไป คณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนมีขอบเขตและอำนาจหน้าที่เป็นลายลักษณ์อักษรไว้ในกฎบัตรของคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทน

รายชื่อกรรมการ ตำแหน่ง
นางชรินทร วงศ์ภูธร ประธานคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทน
ศาสตราจารย์สำเรียง เมฆเกรียงไกร กรรมการกำหนดค่าตอบแทน
นายเอนก พนาอภิชน กรรมการกำหนดค่าตอบแทน

 

ขอบเขตและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทน

คณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนมีขอบเขตอำนาจหน้าที่เป็นลายลักษณ์อักษร เป็นไปตามกฏบัตรของคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทน ซึ่งได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท ดังนี้

1.1 กำหนดค่าตอบแทนที่เหมาะสมเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมเดียวกัน และสมเหตุสมผล ทั้งที่เป็นตัวเงินและมิใช่ตัวเงินเพื่อจูงใจ และรักษาคณะกรรมการ คณะกรรมการชุดย่อย และผู้บริหารระดับสูงของบริษัทให้อยู่ต่อไป

1.2 จัดทำหลักเกณฑ์และนโยบายในการกำหนดค่าตอบแทนของคณะกรรมการและผู้บริหารระดับสูง เพื่อเสนอให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติ และ/หรือ นำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติตามแต่กรณี

1.3 พิจารณาให้ความเห็นชอบการกำหนดค่าตอบแทนรายปีของกรรมการ เพื่อเสนอให้คณะกรรมการพิจารณาอนุมัติ และ/หรือนำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติแล้วแต่กรณี

1.4 พิจารณาสอบทานผลการดำเนินงานของบริษัท เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาอนุมัติจ่ายเงินโบนัสประจำปีของบริษัทตามผลการชี้วัดการปฏิบัติงาน และพิจารณาโบนัสและการปรับเพิ่มเงินเดือนประจำปีของผู้บริหารระดับสูง (สูงกว่าระดับ 15 ขึ้นไป) และนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาอนุมัติ

1.5 พิจารณาสอบทานข้อเสนอของฝ่ายจัดการ เรื่องปรับนโยบายการจ่ายเงินโบนัสพิเศษ (Special Bonus) และนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาอนุมัติ

1.6 พิจารณาให้ความเห็นชอบแผน EV Bonus (Economic Value Bonus) และหลักเกณฑ์ต่างๆ ในการดำเนินการตามแผน EV Bonus รวมทั้งให้ความเห็นชอบการจัดสรร EV Bonus ประจำปีให้กับผู้บริหารของบริษัท เพื่อเสนอให้คณะกรรมการพิจารณา

1.7 พิจารณาวินิจฉัยชี้ขาด ในกรณีที่มีปัญหาหรือข้อขัดแย้งเกี่ยวกับการดำเนินการตามแผน EV Bonus และรายงานให้คณะกรรมการทราบ

1.8 พิจารณาและให้ความเห็นชอบผลการประเมินการปฏิบัติงาน เพื่อกำหนดเงินโบนัสประจำปี EV Bonus และการปรับขึ้นเงินเดือนประจำปี ให้แก่ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของบริษัท เพื่อเสนอให้คณะกรรมการพิจารณาอนุมัติ

1.9 พิจารณาทบทวนโครงสร้างเงินเดือนและแผนค่าตอบแทนอื่นๆ ของผู้บริหารระดับสูง (สูงกว่าระดับ 15 ขึ้นไป) เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติ

1.10 พิจารณาเห็นชอบแผนเกษียณอายุก่อนกำหนดของผู้บริหารระดับสูง (สูงกว่าระดับ 15 ขึ้นไป) เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติ

1.11 พิจารณาเห็นชอบเรื่องการจ้างงานและค่าตอบแทนของผู้บริหารระดับสูง (สูงกว่าระดับ 15 ขึ้นไป) ซึ่งรวมถึงเรื่องการจ้าง/แต่งตั้ง ปรับลำดับขั้น ปรับเงินพิเศษ และค่าตอบแทนพิเศษอื่นๆ เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติ

1.12 หากมีการเสนอขายหลักทรัพย์ใหม่ (หรือใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น)ให้แก่กรรมการและพนักงาน คณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนควรพิจารณาให้เงื่อนไขต่างๆ เป็นไปเพื่อจูงใจให้กรรมการและพนักงานปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มให้ผู้ถือหุ้นในระยะยาว และสามารถรักษาบุคลากรที่มีคุณภาพได้อย่างแท้จริง และต้องเป็นธรรมต่อผู้ถือหุ้นด้วย นอกจากนี้หากมีกรรมการหรือพนักงานรายใด จะได้รับการจัดสรรหลักทรัพย์เกินกว่าร้อยละ 5 ของจำนวนหลักทรัพย์ทั้งหมดที่จะจัดสรร คณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนต้องพิจารณาความเหมาะสมและให้ความเห็นชอบ อย่างไรก็ตามต้องไม่มีกรรมการรายใดในคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทน ที่จะได้รับจัดสรรหลักทรัพย์เกินกว่าร้อยละ 5 ด้วย ถึงจะมีสิทธิในการให้ความเห็นชอบ

1.13 คณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนรับผิดชอบต่อคณะกรรมการบริษัท และมีหน้าที่ให้คำชี้แจงตอบคำถามเกี่ยวกับค่าตอบแทนของกรรมการในการประชุมผู้ถือหุ้น

1.14 ว่าจ้างที่ปรึกษาหรือบุคคลที่มีความเป็นอิสระ เพื่อให้ความเห็นหรือคำแนะนำตามความจำเป็น

1.15 พิจารณา ทบทวนและประเมินความเพียงพอของกฎบัตร และเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาอนุมัติเปลี่ยนแปลง

1.16 รายงานผลการปฏิบัติงานที่สำคัญ ให้คณะกรรมการบริษัทรับทราบเป็นประจำ รวมทั้งประเด็นสำคัญต่างๆ ที่คณะกรรมการบริษัทควรได้รับทราบ

1.17 รายงานผลการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎบัตรในปีที่ผ่านมา ต่อผู้ถือหุ้น เช่น ในรายงานประจำปีหรือตอบคำถามในการประชุมผู้ถือหุ้น รวมถึงรายงานนโยบายด้านค่าตอบแทนกรรมการ หลักการ/เหตุผล และวัตถุประสงค์ของนโยบายโดยเปิดเผยไว้ในรายงานประจำปี

1.18 ประเมินผลการปฏิบัติงานของตนเองเป็นประจำทุกปี

1.19 มีอำนาจเชิญฝ่ายจัดการ ผู้บริหาร หรือบุคคลใดที่เกี่ยวข้องของบริษัทมาให้ความเห็น เข้าร่วมประชุมหรือให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

1.20 ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการบริษัทมอบหมาย

คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและสรรหา ประกอบด้วยกรรมการอย่างน้อย 3 คน โดยเป็นกรรมการอิสระไม่น้อยกว่าร้อยละ 50  ทั้งนี้ กรรมการบรรษัทภิบาลและสรรหามีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 3 ปี และสามารถได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการบรรษัทภิบาลและสรรหาอีกได้ แต่ไม่เกิน 3 วาระติดต่อกัน เว้นแต่คณะกรรมการจะเห็นว่ามีความจำเป็นต้องขอให้ดำรงตำแหน่งต่อไป คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและสรรหามีขอบเขตและอำนาจหน้าที่เป็นลายลักษณ์อักษรไว้ในกฎบัตรของคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและสรรหา

รายชื่อกรรมการ ตำแหน่ง
ศาสตราจารย์สำเรียง เมฆเกรียงไกร ประธานคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและสรรหา
นางภัทรียา เบญจพลชัย กรรมการบรรษัทภิบาลและสรรหา
นายเกว็ก บัค ไช กรรมการบรรษัทภิบาลและสรรหา

 

ขอบเขตและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและสรรหา

คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและสรรหามีขอบเขตอำนาจหน้าที่เป็นลายลักษณ์อักษรเป็นไปตามกฎบัตรของคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและสรรหาซึ่งได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท ดังนี้

ด้านการพิจารณาสรรหา

1.1 กำหนดหลักเกณฑ์และนโยบาย ในการสรรหาคณะกรรมการและกรรมการชุดย่อยของบริษัท

1.2 พิจารณาสรรหากรรมการ โดยพิจารณาบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสม ที่จะมาดำรงตำแหน่งกรรมการ โดยพิจารณาองค์ประกอบของคณะกรรมการจากประสบการณ์ ทักษะ ความรู้ ความชำนาญเฉพาะด้าน อย่างน้อยด้านหนึ่งด้านใด ต้องเป็นผู้ที่พร้อมอุทิศเวลาในการปฏิบัติหน้าที่กรรมการบริษัทอย่างเต็มที่ และต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย รวมถึงต้องสอดคล้องกับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจของบริษัท นอกจากนี้ ในการสรรหาคณะกรรมการ คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและสรรหา อาจใช้บริการบริษัทที่ปรึกษาภายนอก (Professional Search Firm) และ/หรือ ใช้ฐานข้อมูลจากทำเนียบกรรมการ (IOD Chartered Director) เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาตามที่เห็นสมควร เพื่อสรรหาบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท ต่อคณะกรรมการบริษัทพิจารณาและเสนอขออนุมัติแต่งตั้งต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น หรือให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติ

1.3 พิจารณาสรรหาผู้ที่เหมาะสม ที่จะดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ในกรณีที่มีตำแหน่งว่างลง และนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อแต่งตั้งต่อไป

1.4 พิจารณาเสนออนุมัติแต่งตั้งบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการ และประธานคณะกรรมการชุดย่อยต่างๆ ต่อคณะกรรมการบริษัท

1.5 พิจารณาเสนอชื่อบุคคลของบริษัทที่จะไปดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการในบริษัทย่อย บริษัทร่วม และบริษัทร่วมค้าของบริษัท

ด้านบรรษัทภิบาล

1.6 กำหนดนโยบายการปฏิบัติให้เป็นไปตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัท รวมทั้งพิจารณาทบทวนนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัททุกๆ ปี พร้อมเสนอปรับปรุงแก้ไขนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี และเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติ

1.7 จัดให้มีการปฐมนิเทศกรรมการใหม่ ส่งเสริมให้กรรมการได้รับการอบรมและพัฒนาความรู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้กรรมการสามารถทำหน้าที่ และกำกับดูแลกิจการของบริษัทอย่างมีประสิทธิภาพ

1.8 พิจารณากำหนดหลักเกณฑ์ในการสืบทอดผู้บริหารระดับสูง ตั้งแต่ระดับหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านต่างๆ (UC) ที่รายงานตรงต่อประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) เพื่อเสนอคณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติเป็นประจำทุกปี อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

1.9 จัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปีของคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการแต่ละชุด (รวมทั้งประเมินผลการปฏิบัติงานตนเองของคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและสรรหา) และกรรมการแต่ละคน ตลอดจนทำหน้าที่สอบทานผลการประเมินของคณะกรรมการแต่ละชุด และรายงานผลต่อคณะกรรมการบริษัท

1.10 จัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) เป็นประจำทุกปี และรายงานผลต่อคณะกรรมการบริษัท

1.11 ว่าจ้างที่ปรึกษาหรือบุคคลที่มีความเป็นอิสระ เพื่อให้ความเห็นหรือคำแนะนำตามความจำเป็นตามระเบียบข้อบังคับของบริษัท

1.12 พิจารณา ทบทวน และประเมินความเพียงพอของกฎบัตรนี้ และเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท เพื่อพิจารณาอนุมัติเปลี่ยนแปลง

1.13 รายงานผลการปฏิบัติงานที่สำคัญ ให้คณะกรรมการบริษัทรับทราบเป็นประจำ รวมทั้งประเด็นสำคัญต่างๆ ที่คณะกรรมการบริษัทควรได้รับทราบ

1.14 คณะกรรมการสรรหาควรร่วมกับประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พิจารณาหลักเกณฑ์และวิธีการในการสรรหาและแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูง

1.15 ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการบริษัทมอบหมาย

คณะกรรมการบริหาร ประกอบด้วยกรรมการอย่างน้อย 4 คน ที่มีประสบการณ์และคุณสมบัติเหมาะสม และได้รับแต่งตั้งโดยคณะกรรมการบริษัท และจะพ้นจากตำแหน่งเมื่อตายหรือลาออก หรือคณะกรรมการบริษัทมีมติให้พ้นจากตำแหน่ง คณะกรรมการบริหารจะรายงานผลการบริหารงานต่อคณะกรรมการบริษัท โดยมีขอบเขตและอำนาจหน้าที่เป็นลายลักษณ์อักษรไว้ในกฎบัตรของคณะกรรมการบริหาร

รายชื่อกรรมการ ตำแหน่ง
 นายเอนก พนาอภิชน  ประธานคณะกรรมการบริหาร
 นายเกว็ก บัค ไช  กรรมการบริหาร
 นายอนันต์ แก้วร่วมวงศ์  กรรมการบริหาร
 นายไพบูลย์ ภานุวัฒนวงศ์  กรรมการบริหาร
ขอบเขตและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริหาร

คณะกรรมการบริหาร มีขอบเขตอำนาจหน้าที่เป็นลายลักษณ์อักษร เป็นไปตามกฎบัตรของคณะกรรมการบริหาร ซึ่งได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท ดังนี้

1.1 พิจารณาและนำเสนอ เป้าหมาย แผนธุรกิจ และงบประมาณของบริษัทต่อคณะกรรมการบริษัท กำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัท ให้เป็นไปตามวิสัยทัศน์ พันธกิจ กลยุทธ์ และนโยบายของคณะกรรมการบริษัท กฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับของบริษัท และเงื่อนไขพันธะสัญญาที่ผูกพันบริษัท

1.2 กำหนดแนวทางการดำเนินการ การพัฒนา และการขยายธุรกิจ ให้เป็นไปตามแนววิสัยทัศน์ พันธกิจ กลยุทธ์ นโยบาย และมติของคณะกรรมการบริษัท

1.3 กำกับและติดตามผลการดำเนินงานและฐานะการเงินของบริษัท และรายงานผลการดำเนินงาน พร้อมวิธีแก้ไข ถ้าผลประกอบการไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ให้กรรมการบริษัทรับทราบเป็นประจำทุกเดือน

1.4 แสวงหาและประเมินโอกาสในการลงทุนในธุรกิจใหม่

1.5 พิจารณาและให้ความเห็นแก่คณะกรรมการบริษัท เกี่ยวกับนโยบายการจ่ายเงินปันผลของบริษัท

1.6 พิจารณาสอบทานและอนุมัติรายการ เกี่ยวกับการลงทุนและจำหน่ายทรัพย์สิน การบริหารทรัพยากรบุคคล การเงินและการบริหารเงิน การบริหารงานทั่วไป และรายการอื่นใดที่เกี่ยวกับธุรกิจของบริษัท ภายในขอบเขตอำนาจที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท

1.7 แต่งตั้งผู้บริหารบริษัท เพื่อปฏิบัติหน้าที่ทุกตำแหน่ง ตามอำนาจบริหารบุคคล และกลั่นกรองแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูง (UC ขึ้นไป) เพื่อขออนุมัติต่อคณะกรรมการ

1.8 พิจารณาและให้ความเห็นต่อเรื่องที่ต้องผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท ยกเว้นในกิจกรรมใดๆ ซึ่งคณะกรรมการบริษัทได้มอบหมายให้คณะกรรมการชุดอื่น เป็นผู้ดำเนินการไว้แล้ว

1.9 พิจารณาและสอบทานการบริหารความเสี่ยง และระบบการควบคุมภายในของบริษัท

1.10 คณะกรรมการบริหาร อาจมอบอำนาจช่วงให้ผู้บริหารหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่ง มีอำนาจในการดำเนินการในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หรือหลายเรื่องตามที่คณะกรรมการบริหารพิจารณาเห็นสมควรได้ การอนุมัติรายการของคณะกรรมการบริหาร และ/หรือการมอบอำนาจช่วง ต้องไม่เป็นการอนุมัติรายการที่เกี่ยวโยงกัน หรือรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ หรือรายการที่คณะกรรมการบริหารมีส่วนได้เสียตามที่กำหนดในข้อบังคับของบริษัท และตามที่กำหนดโดยคณะกรรมการบริษัทและหน่วยงานกำกับดูแล

1.11 ว่าจ้างที่ปรึกษาหรือบุคคลที่มีความเป็นอิสระ เพื่อให้ความเห็นหรือคำแนะนำตามความจำเป็น

1.12 มีอำนาจเชิญฝ่ายจัดการ ผู้บริหาร หรือบุคคลใดที่เกี่ยวข้องของบริษัท มาให้ความเห็น เข้าร่วมประชุม หรือให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องตามที่จำเป็น

1.13 รายงานผลการปฏิบัติงานที่สำคัญของคณะกรรมการบริหาร ให้คณะกรรมการบริษัทรับทราบเป็นประจำทุกเดือน ในวาระการรายงานของประธานคณะกรรมการบริหาร

1.14 ประเมินผลการปฏิบัติงานของตนเอง และประเมินความเพียงพอของกฎบัตรของคณะกรรมการบริหารเป็นประจำทุกปี โดยอยู่ภายใต้การดูแลของคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและสรรหา

1.15 ดำเนินการอื่นๆ ใด หรือตามอำนาจและความรับผิดชอบ ตามที่คณะกรรมการบริษัทมอบหมายหน้าที่ให้เป็นคราวๆ ไป